Medical Camp

ข่าว และ บทความ


เรียนมัธยม Vs เรียนพยาบาล ต่างกันยังไง !

15 Aug 2020 Admin 01 0 ข่าว

การเรียนมัธยม VS เรียนพยาบาลในรั่วมหาวิทยาลัย…ชีวิตต่างกันอย่างไร?

                                                

 

           หลายครั้งที่ชีวิตของเราได้เข้าสู่ช่วงอายุในระดับต่าง ๆ และในแต่ละช่วงอายุก็จะเริ่มมีการแบ่งแยกสังคมที่ชัดเจนมากขึ้น จากตอนแรกที่ต้องอยู่ที่บ้าน ก็เริ่มเข้าเรียนอนุบาล ประถม มัธยม และการสอบคัดเลือกเพื่อก้าวตามความฝันของน้องๆที่อยากเป็นนางฟ้าชุดขาว เข้าเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ในรั่วมหาวิทยาลัย…ในตอนนี้น้อง ๆ หลายคนอาจกำลังเจอกับช่วงมัธยมที่กำลังจะหมดไป และช่วงของการแข่งขันการสอบเข้าพยาบาลที่กำลังจะเข้ามา!! น้อง ๆ เคยสงสัยไหมว่า สองช่วงนี้มีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง และน้อง ๆ จะต้องเตรียมตัวรับมือยังไง   วันนี้พี่ๆ Pre  Nurse Camp ได้รวบรวมความแตกต่างของช่วงการเรียนมัธยม และช่วงเรียนพยาบาลในรั่วมหาวิทยาลัย เพื่อให้น้อง ๆ สามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น ลองมาดูกันเลยค่ะ !

 

1.ตารางเรียน

– ช่วงของมัธยมเมื่อน้อง ๆ ไปรายงานตัวแบ่งห้องเรียน คุณครูก็จะแจกตารางเรียนให้เรียบร้อย เพื่อให้น้อง ๆ ได้เตรียมตัวจัดตารางเรียนมาให้ถูกต้องในวันเปิดเทอม บางโรงเรียนอาจต้องไปรับสมุด หรือหนังสือก่อนเปิดเทอมด้วย

– ช่วงเรียนพยาบาลในรั่วมหาวิทยาลัย จะมีวันให้น้อง ๆ ได้ลงทะเบียนวิชาเรียน ซึ่งจะแบ่งเป็นวิชาบังคับ และวิชาเลือก น้อง ๆ อาจต้องไปดูข้อมูลการลงทะเบียนเรียนก่อน ว่าแต่ละวิชามีรหัสประจำตัวอะไรบ้าง น้อง ๆ สามารถถามรุ่นพี่ หรืออาจารย์ก่อนก็ได้ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย อย่าลืมศึกษาให้ดีก่อน

และถ้าหากน้องๆลงทะเบียนล่าช้า  อาจจะมีการเสียค่าปรับด้วยนะคะ  !!

                                                 

 

2.จำนวนวิชาเรียน

– มัธยมบางโรงเรียน คาบเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 7 – 9 คาบ หรือบางโรงเรียนอาจมีการอัดวิชาเรียนเยอะถึง 10 คาบในบางวัน เวลาในแต่ละคาบก็ขึ้นอยู่กับหน่วยกิตของแต่ละวิชา ซึ่งจะอยู่ที่ 1 – 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการวางตารางของโรงเรียน และสายการเรียน  ถ้าเรียนแผนการเรียนวิทย์-คณิต  อาจจะมีการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เสริมหรือวิทยาศาสตร์ ที่อัดแน่นมากๆ

– เรียนพยาบาล   ในเทอมแรกอาจมีเฉพาะวิชาบังคับ  ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย การเรียนในแต่ละวันส่วนใหญ่จะไม่เกิน 3 วิชา ชั่วโมงในการเรียนจะอยู่ที่วิชาละ 1 – 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับหน่วยกิต และการวางของแต่ละวิชา ในบางกรณีเมื่อต้องลงวิชาเรียนเอง น้อง ๆ จะต้องออกแบบตารางเรียนเอง โดยต้องจัดเวลาแต่ละวิชาที่น้อง ๆ เลือกลงทะเบียบให้ไม่ชนกัน

                                                  

3.การเรียน

– มัธยม การเรียนแต่ละวิชาจะมีหนังสือประจำวิชา ทำให้น้อง ๆ ต้องพกหนังสือมาเรียนในแต่ละวัน คุณครูจะมีสื่อการสอนมาอธิบายขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน พร้อมกับหนังสือ อาจเพิ่มการบ้านโดยการทำลงสมุด หรือใบงานต่าง ๆ ที่ต้องส่งท้ายคาบหรือวันต่อไป

– การเรียนพยาบาล  บางวิชาส่วนใหญ่อาจารย์จะแจกชีท หรืออาจมีการดาวน์โหลดเอกสารบ้าง  แต่การเรียนส่วนใหญ่จะเป็นแบบเลคเชอร์   และบางมหาวิทยาลัย  อาจจะมีการเรียนทฤษฎีก่อนถึงปฏิบัติ    หรืออาจจะเรียนทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กัน โดยการไปฝึกปฎิบัติที่โรงพยาบาลที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้  

เพิ่มเติม  สำหรับน้องๆที่เรียนพยาบาล  ก่อนการฝึกปฏิบัติจริง  น้องๆจะได้รับหมวกพยาบาลก่อนขึ้นฝึกค่ะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เราจะได้ใช้วิชาภาคทฤษฎีที่เรียนมา  มาปฎิบัติและเจอกับเหตุการณ์จริงๆ ในการทำงาน

                                                  

4.การแต่งกาย

– มัธยม เสื้อผ้าหน้าผมต้องถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน ห้ามทำสีผม ถุงเท้า รองเท้าต้องถูกระเบียบ บางโรงเรียนอาจมีการบังคับให้กระเป๋าหรือถุงเท้าของโรงเรียน ทำให้นักเรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

– เรียนพยาบาล  อาจมีกฎระเบียบค่อนข้างเคร่งครัด   ห้ามไว้เล็บยาวหรือทำสีผม  ห้ามสักนอกร่มผ้า ห้ามเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง  เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นไปตามกฎระเบียบของสภาพยาบาลกำหนด  การแต่งกาย  เป็นตามกฎระเบียบของต่ละมหาวิทยาลัย  เช่น  เรียนวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี

                **ชุดฝึกปฎิบัติ  เสื้อชุดสีฟ้ายาวคลุมเข่า แขนสั้น ขอบแขนสีขาว คอปกบัวแหลมสีขาว ผ้ากันเปื้อนสีขาว ป้ายชื่อ-นามสกุล ปักติดที่หน้าอกเสื้อด้านซ้าย    หมวกพยาบาลสีขาว ขีดกำมะหยี่สีดำกว้างครึ่งเซนติเมตร ปีละ 1 ขีด ห่างกัน ครึ่งเซนติเมตร    รองเท้าสีขาวหุ้มส้นพื้นยาง ถุงเท้าสั้นสีขาว **

 

5.การสอบ

– มัธยม การสอบของโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีการแบ่งบทอย่างชัดเจน บางกรณีอาจมีการสอบเก็บคะแนนบทย่อย ๆ ก่อน แล้วพอถึงการสอบใหญ่ น้อง ๆ ก็ไม่ต้องจำบทที่สอบไปแล้ว ซึ่งเป็นการแบ่งเบาการอ่านหนังสือได้มากกว่า โดยรูปแบบการสอบอาจมีทั้งปรนัย และอัตนัย บางรายวิชาคุณครูอาจช่วยน้อง ๆ ถึงการบอกแนวข้อสอบให้น้อง ๆ เน้นอ่านตรงนี้ให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการเก็บคะแนนสอบได้มากขึ้นนั่นเอง

– เรียนพยาบาล  การสอบจัดว่าเป็นการสอบที่ต้องอาศัยความขยันในการอ่านหนังสือที่มากขึ้นกว่าช่วงมัธยม เนื่องจากการสอบของมหาวิทยาลัยจะไม่มาแบ่งบทย่อย ๆ แต่จะสอบเป็นบทใหญ่ ๆ หลาย ๆ บท ทำให้น้อง ๆ หลายคนพลาดการปรับตัวในการอ่านหนังสือ อาจารย์บางคนแทบจะไม่บอกแนวข้อสอบเลย บางกรณีจะบอกแค่บทไหนออกกี่ข้อเท่านั้น และถ้าอยู่ในช่วงฝึกปฏิบัติด้วยแล้ว  น้องๆต้องอ่านหนังสือสอบ และฝึกงานไปพร้อมๆกันอีกด้วย   ทำให้น้อง ๆ บางคนทำข้อสอบไม่ทันก็มี ส่งกระดาษเปล่าก็มี น้อง ๆ บางคนอาจคิดว่าช่วงมัธยมแทบจะไม่ได้อ่านเลยก็สอบได้ แต่หลักการนี้ใช้กับช่วงมหาวิทยาลัยไม่ได้ พี่รับประกัน!!

 

การเรียนพยาบาล อาจจะเหนื่อยและเรียนหนัก   แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอนค่ะ   

ฝันอยากเป็นนางฟ้าชุดขาว ให้นึกถึงเรา Pre Nurse Camp

 

 

https://www.facebook.com/campprenurse/

ที่เกี่ยวข้อง ข่าว

ยังไม่มีความคิดเห็น คุณเป็นคนแรกที่แสดงความเห็น